สอบถามเพิ่มเติม
หรือส่งรูปเพื่อปรึกษาคุณหมอ

โทร : 02-287-1200

คำถามที่พบบ่อย

AIC Clinic ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane ซึ่งเป็นยี่ห้อแรกของโลกที่อนุญาตให้ฉีดเข้าใบหน้ามนุษย์ได้ครั้งแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ผลิตจากประเทศสวีเดน ปัจจุบันเป็นยี่ห้อที่มียอดขายอันดับ 1 ในยุโรป มีการใช้กับคนไข้ทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 40 ล้านครั้ง โดยไม่มีรายการการแพ้ หรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย และเป็นยี่ห้อเดียวที่ได้เป็น ‘มาตรฐานทองคำ’ หรือ ‘Gold Standard’ โดยกำหนดให้งานวิจัยทางการแพทย์ทั่วโลกต้องใช้ฟิลเลอร์ Restylane เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบในกรณีฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆต้องการเปรียบเทียบมาตรฐาน

คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าปัจจุบันฟิลเลอร์ Restylane ได้พัฒนาขึ้นอีกหลายตัว และมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น Restylane Vital Light, Restylane Vital, Restylane Classic, Restylane Lyft, Restylane Refyne, Restylane Defyne และ Restylane Volyme  ทำให้แพทย์สามารถใช้ตัวยาที่เหมาะสมกับเนื้อเยื่อแต่ละจุดบนใบหน้าของคนไข้ได้นั่นเอง เช่นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหว บริเวณที่ต้องการให้ยาเกาะบนกระดูก บริเวณผิวบอบบางเช่นใต้ตา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะสวย ปลอดภัย และมีความเป็นธรรมชาติมาก 

pastedGraphic.png

ฟิลเลอร์ที่ AIC Clinic ใช้คือ Restylane ซึ่งเป็นชนิด HA  จะสลายตัวตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไป 12-18 เดือน หรือเมื่อใช้เอ็นไซม์ Hyaluronidase ช่วยสลายออกก็ได้ทันที (ดูได้จากคลิปเรื่อง “หากต้องการเอา Filler ออกจากใบหน้า หรือ ร่างกาย จะสลายออกไปได้หรือไม่?” ในหน้า ‘ความรู้ความงาม’

ปกติแทบไม่มีข้อห้ามอะไรเลย ยกเว้นช่วง 3 วันแรกให้งดออกกำลังกาย และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เขียว หรือบวมมากขึ้น และหลัง 7 วันหากไม่เจ็บไม่เขียวก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ นวดหน้าได้ ทำเลเซอร์ หรือทรีทเมนท์เกี่ยวกับผิวชั้นบนได้ทั้งหมด แม้แต่การทำ

สามารถทำตัวได้ปกติ ความร้อนจากซาวน่าไม่มีผลต่อฟิลเลอร์ที่ฉีด เพราะที่ AIC Clinic เราฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ลงไปลึกถึงกระดูก ความร้อนไม่สามารถผ่านลงไปถึงได้ และแม้จะโดนความร้อน ก็ไม่มีผลอะไรต่อฟิลเลอร์ Restylane เพราะเนื้อยามีความเสถียรต่อความร้อน และในกระบวนการผลิตที่โรงงานในสวีเดนก็มีการใช้ความร้อนในการทำการปลอดเชื้ออยู่แล้ว

ฉีดฟิลเลอร์ต่างจากฉีดไขมัน (ฉีดไขมันอาจต้องพักฟื้นนาน 2 อาทิตย์)  คือ หลังรักษาสามารถกลับไปทำงานได้ปกติทันที งดแต่งหน้า 1 วัน อาจมีอาการบวมหรือช้ำได้เล็กน้อย และจะดีขึ้นภายใน 3-5 วัน หลังจากนั้นฟิลเลอร์จะค่อยๆเข้าที่ ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผิวของคนไข้แต่ละคน

ถ้าก้อนจากการฉีดฟิลเลอร์จากที่เก่าไม่แย่มาก คุณหมอสามารถฉีดกลบ และตกแต่งให้ใหม่ได้เลย  แต่ถ้าก้อนเดิมแย่มาก หรือฉีดมาผิดตำแหน่งทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ จะแนะนำให้สลายฟิลเลอร์เก่าออกก่อน แล้วนัดมาเติมฟิลเลอร์ใหม่อีกครั้งหลังจากสลาย 5-7 วัน 

การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสมกับเนื้อเยื่อแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า ฟิลเลอร์จะไม่ไหลไปไหน โดยเฉพาะถ้าฉีดไปวางบนกระดูก

ดูคลิปหน้า ‘ความรู้ความงาม’ เรื่อง ‘รู้ไว้ก่อนทำ “ฉีดสารเติมเต็ม” กับ “ฉีดไขมัน” ต่างกันอย่างไร?’

ตัวยาฟิลเลอร์สมัยใหม่มีการศึกษาวิจัยไว้ว่า สามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ทั้งนี้การศึกษาวิจัยทางคลินิก เช่นงานวิจัยจากมาหวิทยาลัยโตเกียวพบว่าถ้าฉีดฟิลเลอร์ลงไปวางบนกระดูก อาจทำให้ผลการรักษาอยู่ได้นานหลายปี (อ่านเรื่อง การฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก ในหน้าบริการฉีดฟิลเลอร์) ในทางปฏิบัติจริงเราพบว่าบริเวณที่เป็นกระดูกอยู่นิ่งๆเช่นโหนกแก้ม หน้าผาก ผลการรักษาอาจอยู่นานกว่า 2-3 ปีได้ในบางคน แต่บริเวณที่มีการขยับเคลื่อนไหวบ่อยๆเช่น ปาก รอบปาก ผลการรักษาจะสั้นกว่าจุดอื่น

แผลทุกชนิดที่เกิดขึ้นบนร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าที่ผิวหนัง หรืออวัยวะภายในเช่นในช่องท้อง เมื่อเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซม และการหายจะเกิดการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหนียวๆที่เรียกว่าพังผืด (Fibrosis) ในกรณีแผลที่ผิวหนังจากการเป็นสิวก็เช่นกัน เมื่อสิวอักเสบหายเป็นหลุมสิวก็จะมีพังผืดเกิดขึ้นที่ก้นหลุมสิวเสมอ ดังนั้นการรักษาเพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นจึงต้องแก้การยึดเกาะของพังผืดนี้ออกด้วย เพราะหากไม่แก้ การรักษาจะได้ผลไม่ดี

มีหน้าแดงเล็กน้อย และอาจมีหน้าบวมได้ 24-48 ชั่วโมง เกิดจากอากาศที่ใช้เลาะพังผืดข้างใต้ สำหรับรอยเข็มเล็กๆบนผิวจะค่อยๆหายไปภายใน 24-48 ชั่วโมงเช่นกัน รายที่หลุมสิวลึกมาก และทำมาก อาจใช้เวลา 4-5 วันกว่าแผลรอยเข็มจะหาย จะไม่มีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น บวม เจ็บ อักเสบ หรือเขียวช้ำ

ภายใน 24 ชั่วโมงแรกให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า งดใช้โฟมล้างหน้า งดออกกำลังกาย 1-3 วัน หลังจากนั้นคนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถถูกแดด และทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ปกติ

คนไข้ส่วนใหญ่จะพบว่าหลุมสิวตื้นขึ้นหลังการรักษา 2-3 ครั้งไปแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล หลุมสิวเป็นมานานแค่ไหน ปริมาณพังผืดใต้ผิวมากน้อยเพียงใด และหลุมลึกแค่ไหน ดังนั้นเพื่อให้เห็นผลการรักษาชัดเจน ทางคลินิกแนะนำให้รักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป 

หลังการรักษา 2-3 ครั้งไปแล้วผิวจะซ่อมแซมตัวเอง และเริ่มสร้างผิวใหม่จะทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น หากไม่มีอะไรมารบกวน เช่น การเกิดสิวอักเสบขึ้นใหม่ หรือคนไข้ที่กินยากดภูมิเพื่อรักษาโรคบางอย่าง ผลการรักษาจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป และทุกๆครั้งที่ทำการรักษาซ้ำใหม่ หลุมสิวก็จะดีขึ้นตื้นขึ้นทุกครั้งที่รักษาซ้ำ

การรักษาด้วย DNA Booster เป็นการเร่งให้เซลผิวหนังซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่ได้เร็วขึ้น หลุมสิวจึงตื้นเร็วขึ้น

เนื่องจากถ้าหลุมสิวที่มีพังผืดเกาะใต้ผิวมาก การกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่ด้วย DNA Booster จะได้ผลไม่ดี ดัวนั้นจึงแนะนำให้ทำการรักษาด้วย Air dissectionไปก่อนอย่างน้อย 2-3 ครั้งเพื่อลดการยึดเกาะของพังผืดใต้ผิว จึงค่อยมาทำ DNA Booster  ซึ่งหลักการนี้ เป็นหลักสากลในการรักษาแผลเป็นทุกชนิดนั่นเอง

มีหน้าแดงเล็กน้อย และอาจมีหน้าบวมได้ 24-48 ชั่วโมง (คนไข้ส่วนใหญ่จะหายบวมภายในไม่กี่ชั่วโมง) และรอยเข็มเล็กๆบนผิวจะค่อยๆหายไปภายใน 24-48 ชั่วโมงเช่นกัน สำหรับรายที่ผิวบอบบางและsensitive อาจพบอาการบวมแดงนานกว่าปกติได้ แต่ไม่มีอันตรายอะไร

ภายใน 24 ชั่วโมงแรกให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า งดใช้โฟมล้างหน้า งดออกกำลังกาย 1-3 วัน หลังจากนั้นคนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถถูกแดด และทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ปกติ

DNA Booster จะกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง และสร้างผิวใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น หากไม่มีอะไรมารบกวน เช่น การเกิดสิวอักเสบขึ้นใหม่ หรือคนไข้ที่กินยากดภูมิเพื่อรักษาโรคบางอย่าง ผลการรักษาจะคงอยู่เช่นนั้นตลอดไป และทุกๆครั้งที่ทำการรักษาซ้ำ หลุมสิวก็จะดีขึ้นตื้นขึ้นทุกครั้ง เช่นเดียวกับกรณีของการักษาด้วย Air dissection เพียงแต่การทำ DNA Booster จะได้ประโยชน์อย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ผิวเนียนละเอียด ผิวเงาวาวใส และยังช่วยลดริ้วรอยตื้นของผิวหนังชั้นบนด้วย (เช่น ริ้วใต้ตา  ริ้วที่แก้มเวลายิ้ม เป็นต้น)

ปรึกษากับทีมแพทย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือส่งภาพเพื่อให้แพทย์ประเมิน

Contact
Maximum upload size: 10.49MB