BLOG

BLOG
cover

ทุกครั้งก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จำเป็นต้องวิเคราะห์ใบหน้าคนไข้เพื่อประเมินและวางแผนให้การรักษาถูกต้อง และตรงจุดที่สุด เนื่องจากบางครั้งคนไข้ที่มาปรึกษาแพทย์ไม่ทราบถึงประเด็นนี้ จึงได้รับการรักษาในตำแหน่งที่ผิด และไม่ได้รับผลลัพธ์อย่างที่คาดหวัง
ดังนั้นการวิเคราะห์ใบหน้าที่ถูกต้องและรักษาได้ตรงจุด จึงเป็นเทคนิคขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านศิลปะความงามและหลักการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ด้านก่อนรักษา โดยทาง AIC Clinic จะมาอธิบายว่าแต่ละด้านมีอะไรบ้างค่ะ

รูปหน้าคนเราแบ่งได้คร่าวๆคือ หน้าทรงกลม หน้าทรงเหลี่ยม หน้าทรงยาว หน้าทรงรี หน้ารูปสามเหลี่ยมหรือรูปลิ่ม แต่รูปหน้าที่สวยที่สุดคือหน้ารูปไข่กลับหัว สำหรับกระแสนิยมที่ทำหน้าเป็นรูปตัววี หรือ วีเชป ที่คนไทยชอบทำกันนั้น มักมีการเข้าใจลักษณะใบหน้าแบบผิดๆ เมื่อทำออกมาแล้วกลับดูไม่สวย หรือดูแปลก เพราะสัดส่วนใบหน้าผิดไปจากธรรมชาติ และที่สำคัญโครงสร้างใบหน้าของคนไทยไม่เหมือนกับคนเกาหลีนั่นเอง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ทั้งแพทย์และคนไข้ไม่เข้าใจศิลปะและความงามที่แท้จริง
รูปหน้าที่สวยแบบวีเชปนั้นต้องมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับหัว และเทรนด์ใหม่คือมีกรอบหน้าที่ชัด เห็นแนวกระดูกขากรรไกรล่างคมชัดได้รูป ซึ่งการทำวีเชปแบบนี้แพทย์ต้องเข้าใจและอาศัยเทคนิคขั้นสูงในการเสริมแต่งแนวกระดูกขากรรไกรล่างด้วยการฉีดฟิลเลอร์ไปที่แนวกระดูกเหล่านี้ หรือร่วมกับการร้อยไหมแต่งกรอบหน้า ไม่ใช่การตัดหรือเหลากระดูกออก

การแบ่งสัดส่วนใบหน้ามนุษย์แบ่งเป็นแนวตั้งและแนวนอน โดยแนวตั้งแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกัน และแบ่งเป็น 3 ส่วนตามแนวนอน

สัดส่วนบนใบหน้าที่มีผลต่อความงามอย่างมาก มักจะเป็นสัดส่วนตามแนวนอน โดยเฉพาะแนว ⅓ ล่าง ซึ่งหากยาวหรือสั้นไปจะมีผลต่อใบหน้าอย่างมาก สัดส่วนล่างนี้สามารถแบ่งย่อยได้อีก 3 ส่วน คือฐานจมูกถึงริมฝีปากบน 1 ส่วน และริมฝีปากล่างถึงคาง 2 ส่วน การปรับส่วนนี้ให้สมดุลจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้ใบหน้าได้ โดยเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับสัดส่วน ทำให้ง่าย ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้น

ความงามบนใบหน้าเกิดจากองค์ประกอบแต่ละส่วนผสมผสานกันอย่างลงตัว ดังนั้นมุมของอวัยวะแต่ละส่วนย่อมต้องเหมาะสมด้วยจึงจะทำให้ภาพรวมออกมาสวยงาม โดยมุมและองศาสำคัญๆของใบหน้ามีดังนี้

1. มุมสันดั้งจมูกและหน้าผาก (Nasofrontal Angle) มุมที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 115-135 องศา ดังนั้นใครที่ผ่าเสริมจมูกแล้วปรากฏว่าดั้งจมูกช่วงระหว่างหัวตาสูงโด่งเป็นสันไปชนกับหน้าผากบริเวณหว่างคิ้ว แสดงว่ามุมนี้เกิน 135 องศา ใบหน้าก็จะดูแข็งๆ และดูประหลาดตา

2. มุมปลายจมูกและริมฝีปากบน (Nasolabial Angle) เป็นมุมที่แสดงความสมดุลของปลายจมูกกับริมฝีปากบน ถ้าเป็นผู้ชาย มุมที่เหมาะสมควรอยู่ราว 90-95 องศา ส่วนผู้หญิงควรอยู่ราว 95-110 องศา การปรับมุมปลายจมูกและริมฝีปากบนให้เหมาะสมจะช่วยให้ส่วนของริมฝีปากและจมูกดูสวยงามขึ้นได้

ใบหน้าที่สวยงามต้องมีส่วนโค้งนูน และส่วนเว้าที่เหมาะสม ซึ่งเรียกว่า “3 ส่วนโค้งของความเยาว์วัย” (3 Primary Arcs of Youth) ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความเป็นหนุ่มสาว ได้แก่

1. การโค้งนูนของหน้าผาก (Convexity of the Forehead) เป็นสิ่งแสดงความงามของผู้หญิง แต่สำหรับผู้ชายหน้าผากควรแบนเรียบ ไม่มีร่องบุบก็เพียงพอ

2. โค้งรูปตัว S ที่แก้ม (The Ogee Curve of the Cheek) แก้มที่สวยงามต้องมีส่วนโค้งเว้าเหมือนตัว S ทั้งแก้มด้านหน้าและด้านข้าง

3. แนวโค้งและความคมชัดของแนวกระดูกกรามล่าง (Long Uninterrupted Line of the Jaw) เริ่มจากคางไปถึงมุมของกระดูกกรามล่าง

หลายคนอาจคิดว่าใบหน้าที่สวยงามนั้นต้องมีซ้าย-ขวาเท่ากัน แต่จากการทดลองและสำรวจของนักวิทยาศาสตร์โดยนำภาพใบหน้าที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ให้ซีกซ้ายและขวาเท่ากัน 100% เปรียบเทียบกับหน้าจริงที่ไม่เท่ากัน 100%
ได้ผลสรุปว่าใบหน้าจริงที่ซีกซ้าย-ขวาไม่เท่ากันเล็กน้อยจะได้คะแนนความสวยงามมากกว่า ในทางปฏิบัติ แพทย์จะวิเคราะห์และแก้ไขไม่ให้ใบหน้าซีกซ้าย-ขวา แตกต่างกันมากนัก ซึ่งในความเป็นจริง แพทย์เองคงไม่สามารถทำให้เท่ากันได้ 100% เพราะนี่คือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เราอยู่แล้ว แพทย์ทำได้เพียงแก้ไขให้ใบหน้าซีกซ้าย-ขวาใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่านั้น