การเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิวด้วย HYA SKIN BOOSTER

ยกกระชับหน้าด้วยน้ําหล่อเลี้ยงผิวด้วย AQUA LIFT WITH SKIN BOOSTER

ปัจจุบันเราสามารถยกกระชับผิวหน้าและแก้ไขการหย่อนคล้อยด้วยเทคนิคแบบไม่ผ่าตัด โดยการใช้เทคนิคฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูกและร้อยไหมละลาย ในหลายๆ บทที่ผ่านมา ในบทนี้ผมมีนวัตกรรมใหม่ในการยกกระชับผิวหน้ามา Update ให้ทราบกันครับ ซึ่งกําลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ในการรักษาผิวหน้าต่อไป

สาเหตุและกายวิภาคศาตร์ที่เกี่ยวข้อง

ชั้นผิวหนังของมนุษย์แบ่งเป็นชั้นหนังกําพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นหนังกําพร้า (Epidermis) เป็นเพียงชั้นบางๆ ชั้นนอกสุดเป็นชั้นเซลที่ตายแล้วที่เรียกว่าขี้ไคล ส่วนชั้นๆ อื่นมีเซลล์เรียงกันอยู่ไม่กี่แถวไม่มีเนื้อเยื่ออื่นไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง แต่รับสารอาหารหล่อเลี้ยงมาจากการซึมผ่าน (difusion) จากชั้นล่างที่เป็นหนังแท้ (dermis) ความชุ่มชื้นในผิวของชั้นหนังแท้ (dermis) จะช่วยให้การซึมผ่านอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงชั้นหนังกําพร้าได้ดีขึ้น

สําหรับชั้นหนังแท้ (dermis) เป็นส่วนที่หนากว่ามาก มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมีความยืดหยุ่น และชุ่มชื้น โดยอาจเปรียบได้กับฟองน้ําที่มีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสตินเป็นเสมือนใยฟองน้ํา และมีส่วนอุ้มน้ําเป็นสารไฮยาลูโลนิกหรือ HA นั่นเอง และเมื่ออายุมากขึ้นระดับของสารไฮยาลูโลนิก HA ในผิวจะลดลง จากนั้นผิวหนังจะสูญเสียคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินตามมา ทําให้ผิวบางลง แห้งกร้าน และขาดความยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนลดลงทําให้ซ่อมแซมตัวเองไม่ดี ผิวเหี่ยวย่น ยืดยาน หย่อนคล้อยตามมา

ภาพแสดงองค์ประกอบของผิวหนังชั้นหนังแท้

แนวทางการรักษา

ปัจจุบันเราพบว่าการสูญเสียสารไฮยาลูโลนิกซึ่งเปรียบเสมือนน้ําหล่อเลี้ยงผิว เป็นตัวการหลักทําให้ผิวหนังแก่ชราและหย่อนคล้อย การเติมสารไฮยาลูโลนิกลงไปในผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ทําให้ผิวหนังหนาตัวขึ้นทําให้ได้ประโยชน์ ดังนี้

  • ผิวหนังจะชุ่มชื่น อิ่มน้ํา ดูเงา สดใส (ตามเทรนด์ใหม่ของการรักษาผิวหน้าแบบสาวเกาหลี)
  • ผิวหนังหนาตัวขึ้นทําให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลง
  • ผิวหนังหนาตัวขึ้นทําให้รอยด่างดําลดลง และรอยแดงเส้นเลือดฝอยที่เกิดจากผิวบางเพราะการทาครีมแก้ฝ้าหรือทําเลเซอร์จะค่อยๆ หายไป
  • แผลเป็น หลุมสิวและรูขุมขนเล็กลง
  • ใบหน้าที่หย่อนคล้อยจะดูยกกระชับขึ้น การรักษานี้สามารถทําได้ทั้งบนใบหน้า ลําคอ เนินหน้าอก และหลังมือ

เทคนิคการเติมน้ําหล่อเลี้ยงผิวด้วยการฉีดสารไฮยาลูโลนิก HA

สารไฮยาลูโลนิก HA นั้นก็คือสารที่เป็นตัวฟิลเลอร์นั่นเอง ดังนั้นเราจึงพบว่าในคนไข้หลายๆ คน ใบหน้าดูอิ่ม ชุ่มชื่นขึ้นหลังจากการฉีดสารฟิลเลอร์ HA แต่เนื่องจากการฉีดลงลึก ดังนั้นผลที่เกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นบนจึงน้อยและฟิลเลอร์ HA เหล่านี้ก็ไม่สามารถนํามาใช้ฉีดที่ผิวชั้นบนได้ เพราะจะเกิดเป็นตุ่มก้อนบวมที่ผิว ดังนั้นสารไฮยาลูโลนิก HA ที่ใช้สําหรับฉีดเติมที่ผิวชั้นบนจึงต้องเป็นชนิดที่เรียกว่า Non-cross linked HA หรือเป็นชนิดที่ไม่ได้ปรับแต่งโครงสร้างโมเลกุลให้แข็งแรง ทําให้ Non-cross linked HA มีเนื้อนิ่ม และกระจายตัวแทรกไปในผิวได้เร็วไม่เกิดเป็นก้อนบวมที่ผิว แตกต่างจากชนิดที่ฉีดลงลึก ซึ่งเป็นชนิด Cross linked ชนิดปรับแต่งโครงสร้างโมเลกุลให้แข็งแรง เพราะชนิดนี้เราใช้เพื่อการฉีดเติมเต็มและปรับโครงหน้า เราจึงอยากให้เป็นก้อนแข็งและคงตัวได้นานๆ ใต้ผิว แต่ปัจจุบันมีตัวยาใหม่ที่เป็น cross linked แบบน้อยๆ คือ ทําให้ยานิ่ม กระจายตัวแทรกเข้าผิวได้เร็ว แต่ยังคงตัวอยู่ในผิวได้นานๆ ทําให้ไม่ต้องฉีดเติมบ่อยๆ

สําหรับเทคนิคการฉีดนั้นสามารถใช้ทั้งเข็มปลายทู่และเข็มคมฉีด เนื่องจากเป็นการฉีดตื้นๆ ที่ผิว จึงไม่มีอันตรายแต่อย่างใด การฉีดด้วยเข็มคมอาจฉีดเป็นหยดเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้าเหมือนตุ่มยุงกัดเล็กๆ หรือ ฉีดแบบเป็นเส้นๆ (Linear) ตามแนวเข็มก็ได้หลังการรักษา 1-2 สัปดาห์จะพบว่าผิวหนังบริเวณที่รักษาจะดูฟูขึ้น ใบหน้าจะดูอิ่มน้ํา สดใส หากรักษาบริเวณลําคอจะพบว่าเส้นที่คอจะลดลง ผิวหนังยืดหยุ่นดีขึ้น ส่วนหลังมือก็ดูเต็มอิ่ม รอยเหี่ยวย่นลดลง เพื่อการกระตุ้นผิวต่อเนื่องการรักษาควรทําซ้ําใน 1-3 เดือน ต่อเนื่องกัน 3-5 ครั้ง และเมื่อรักษาต่อเนื่องจนผิวฟูขึ้นจนอยู่ตัวก็จะพบว่าใบหน้ามีการยกกระชับขึ้น การหย่อนคล้อยของผิวจะค่อยๆ หายไป

กราฟแสดงความสัมพันธ์ของ
ระดับสารไฮยาลูโรนิก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

การรักษาด้วยการฉีดเติมสารไฮยาลูโรนิก HA เข้าผิวถือว่ามีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากสาร HA เป็นสารธรรมชาติของผิวหนัง พบตามธรรมชาติทั้งในมนุษย์ สัตว์ และพืช อีกทั้งยังมีโครงสร้างทางโมเลกุลเหมือนกันหมด จึงไม่มีปฏิกริยาข้ามกลุ่มไม่มีการแพ้ การเกิดปฏิกริยาการแพ้หลังการฉีดสาร HA ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากตัวยาไม่บริสุทธิ์ปนเปื้อนโปรตีนในระหว่างขบวนการผลิต ดังนั้น การเลือกใช้ตัวยาที่ดีจึงสําคัญมาก ถึงจะมีราคาแพงหน่อยแต่ก็จะปลอดภัยกว่า อย่างไรก็ตามยังมีข้อพึงระวังจากการรักษาดังนี้

  • หากฉีดด้วยเข็มคม แม้จะฉีดขึ้นก็อาจมีรอยเขียวช้ำได้ซึ่งจะค่อยหายไปเองภายใน 3-7 วัน
  • เนื่องจากเป็นการฉีดตื้น จึงอาจพบเป็นตุ่มเล็กๆ บนผิวได้ และเมื่อตัวยากระจายตัวออกตุ่มก้อนจะค่อยๆ หายไปภายใน 3-7 วัน
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกและการยุบตัวของเนื้อเยื่อชั้นลึก การฉีดแบบนี้ไม่ได้ผลต้องใช้ฟิลเลอร์ HA ชนิด Cross linked ฉีดลงลึกเพื่อการเติมเต็ม
  • การรักษานี้อาจช่วยการยกกระชับให้ผิวตึงขึ้น แต่ไม่อาจทําให้เกิดการยกหน้าได้ทั้งหมดโดยเฉพาะผู้ที่มีการหย่อนคล้อยมาก ยังจําเป็นต้องแก้ไขปัญหาในทุกๆ ชั้นผิว ตั้งแต่แก้การยุบตัวของโครงกระดูกและเนื้อเยื่อด้วยเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ HA สัมผัสกระดูกและการร้อยไหมละลายใต้ผิว เพื่อช่วยยึดผิวด้านบน เป็นต้น


(ผิวที่ดี)                                  (ผิวที่ชราวัย )

ภาพแสดงการบางตัวลงเมื่อผิวแก่ชราจากการที่ระดับสาร HA ในผิวลดลง

บทสรุป

การรักษาด้วยการเติมน้ําหล่อเลี้ยงผิว ที่เป็นสารไฮยาลูโรนิก HA เข้าสู่ผิวชั้นบนเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อช่วยในการรักษาปัญหาผิวชั้นบน เพื่อแก้ปัญหารูขุมขน ผิวบาง รอยด่างดํา รอยแดง รอยหลุมสิว และริ้วรอยตื้นๆ การรักษาอาจจําเป็นต้องกระทําซ้ําหลายครั้ง เพื่อค่อยๆ กระตุ้นให้ผิวฟื้นตัวและสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ ซึ่งนอกจะช่วยแก้ปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว ยังทําให้ผิวหน้าเต่งตึง ชุ่มชื้น และเกิดการยกกระชับของผิวชั้นบนด้วย อันที่จริงเทคนิคการฉีดเติมสารไฮยาลูโรนิก HA เข้าสู่ผิวชั้นบนนี้มีมานานแล้ว แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากในอดีตตัวยา HA และเทคนิคการรักษายังไม่ดีพอ ดังนั้นการเลือกรักษากับแพทย์ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงมีส่วนสําคัญอย่างมากต่อผลการรักษาที่ดี