FILLER INJECTION

การฉีดฟิลเลอร์
ผู้นำนวัตกรรมการฉีดฟิลเลอร์ของเอเชีย

การใช้ฟิลเลอร์ชนิด HA ในเมืองไทยมีมานานกว่า 10 ปี
แต่เนื่องจากในอดีตเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ยังไม่ดีนัก
คือทำได้เพียงฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มคมลงไปใต้ผิวตื้นๆ
เพื่อแก้ร่องลึกที่ผิว เช่น ร่องแก้ม เป็นต้น

อีกทั้งตัวยาฟิลเลอร์ HA เองก็ยังไม่พัฒนามาก
ทำให้ฟิลเลอร์ HA ที่ฉีดแล้วสลายตัวเร็ว
และได้ผลการรักษาไม่ดี และดูไม่เป็นธรรมชาติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีฟิลเลอร์ HA ชนิดใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ซึ่งทำให้ผลการรักษาดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นนอกจากนี้ ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ได้พัฒนาขึ้นทำให้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เปลี่ยนไป คือจากเดิมใช้เข็มคมขนาดเล็ก ฉีดฟิลเลอร์เข้าใต้ผิวตื้นๆ เพื่อแก้ร่องก็เปลี่ยนเป็นการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ขนาดใหญ่ และฉีดลึกลงถึงกระดูกเพื่อการปรับรูปโครงกระดูกใบหน้า หรือเพื่อแก้ปัญหาการบุบยุบของกระดูกเนื่องจากอายุที่มากขึ้น

ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ นี่เอง ที่เป็นแพทย์ไทยคนแรกที่ใช้คำว่า ‘เข็มปลายทู่’ ในการเขียนบทความด้านความงาม ตีพิมพ์ในนิตยสารคอสเมติกตั้งแต่ปี 2554 และเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่นำเสนอเทคนิค ‘ฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก’ ในบทความความงามซึ่งตีพิม์ในนิตยสารคอสเมติก ตั้งแต่ปี 2556 ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคใหม่นี้ทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ บนใบหน้าซึ่งในอดีตไม่สามารถทำได้ อาทิ การฉีดฟิลเลอร์แก้ถุงใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปโครงกระดูกใบหน้า แก้ปัญหากระดูกใบหน้าเบี้ยว แก้ปัญหาโหนกแก้มใหญ่ หรือขากรรไกรสั้น เป็นต้น เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ในอดีตต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถฉีดฟิลเลอร์ช่วยดึงยกหน้า แก้ปัญหาการหย่อนคล้อยได้อีกด้วย และที่สำคัญ การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ยังช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้อตายหรือถึงขั้นตาบอดได้

ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์นี่เอง ที่ทำให้ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแพทย์ความงามไทยและต่างประเทศ โดยได้รับเชิญไปบรรยายและสอนแพทย์ในต่างประเทศมาแล้วเกือบทุกประเทศใน South East Asia

ฟิลเลอร์คืออะไร

คำว่า ฟิลเลอร์ตามตัวอักษรแปลได้ว่า “สารเติมเต็ม” ในอดีตมีการใช้สารชนิดต่างๆ ฉีดเข้าร่างกาย ทั้งใบหน้าและตามร่างกายเพื่อเติมเต็มส่วนที่ยุบตัว หรือทำให้บริเวณเหล่านั้นดูใหญ่และอวบอิ่มขึ้น อาทิ สะโพก หน้าอก แก้ม คาง เป็นต้น ต่อมาการแพทย์ค้นพบว่าสารบางอย่างมีอันตรายและห้ามฉีดเข้าสู่ร่างกาย ในปัจจุบันเหลือสารเพียงชนิดเดียวที่ถือว่าปลอดภัยและผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั่วโลก นั่นก็คือ สารไฮยาลูโรนิก(Hyaluronic acid)

สารไฮยาลูโรนิก(Hyaluronic acid หรือ HA) เป็นสารธรรมชาติในร่างกายมนุษย์โดยเฉพาะผิวหนัง และมีระดับสูงสุดในวัยเด็ก และค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นสาร HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำมีหน้าที่ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นให้ผิว และเมื่อระดับสาร HA ลดลงผิวจึงบางลง แห้งกร้านและขาดความยืดหยุ่น และเนื่องจากสาร HA เป็นสารธรรมชาติจึงมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ หรืออาจใช้ตัวย่อยสลายหรือที่เรียกว่าเอ็นไซม์ ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ช่วยเร่งกระบวนการสลายตัวของสาร HA ก็ได้