การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่

การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่

ย้อนร้อยพัฒนาการของการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ความงามในเมืองไทย REVIEW AESTHETIC
INNOVATION IN THAI LAND

ฉบับนี้ครบรอบ 4 ปีพอดีที่ผมได้เริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับนวัตกรรมความงามในหนังสือคอสเมติก วันนี้ผมอยากย้อนรอยสรุปนวัตกรรมความงามต่างๆ ที่ผมเคยนําเสนอมาในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาให้ท่านผู้อ่านได้รีวิวกัน เพื่อเปรียบเทียบว่าปัจจุบันนวัตกรรมเหล่านี้ได้พัฒนาไปทางใดบ้าง เพื่อประโยชน์ในการ Update ความรู้ของท่านผู้อ่านครับ

 

มิถุนายน 2554 การเข้ามาครั้งแรกของเทคนิคการร้อยไหมละลายเกาหลี

ผมได้นําเสนอการร้อยไหมละลายเกาหลีเป็นครั้งแรกในหนังสือคอสเมติกฉบับเดือนมิถุนายน 2554 โดยใช้ชื่อว่า Ultra V Lift by fine thread หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน การร้อยไหมละลายเกาหลีก็แพร่ไปทั่วเมืองไทย ดังจนมีการนําไหมเกี่ยวผิวที่เป็นก้าง หรือเป็นกรวย ที่เงียบหายไปนานกลับมาทําตลาดกันใหม่ ปัจจุบันการร้อยไหมพัฒนาไปถึงจุดที่ผมเรียกว่าไหมลูกผสม คือไหมที่มีแง่งเกี่ยวแต่เล็กๆ หรือเป็นไหมเส้นเล็กแต่ทําให้เหมือนเกี่ยวผิวได้ โดยมีแง่งเล็ก หรือเส้นไหมบิดเป็นเกลียวเป็นต้น การร้อยไหมนั้นแพทย์จะใช้ไหมชนิดใดก็คงขึ้นอยู่กับความชํานาญของแพทย์แต่ท่านละท่าน และสภาพผิวหนังของคนไข้แต่ละคน

กรกฎาคม 2554 การฉีดฟิลเลอร์ HA ด้วยเข็มปลายทู่

เดือน กรกฎาคม 2554 ผมได้เขียนบทความเรื่องการแก้ไขความแก่ชรา โดยการฉีดฟิลเลอร์เทคนิคใหม่ด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งผมได้ชื่อว่าเป็นแพทย์ไทยคนแรกๆ ที่ได้นําเสนอคําว่า “เข็มปลายทู่” กับการฉีดฟิลเลอร์ชนิด HA ซึ่งเป็นคําที่ผมแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า “Blunt Cannula”
เดือน ตุลาคม 2554 ผมร่วมกับทางหนังสือคอสเมติกได้จัดงานสัมมนาแพทย์เรื่องการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่ได้มีการจัดอบรม และสอนแพทย์แบบ hand on ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ และได้จัดอบรมอีกหลายครั้งจนปัจจุบันมีแพทย์ที่ผ่านการอบรมการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ไปแล้วมากกว่าร้อยท่าน ซึ่งช่วยให้แพทย์ไทยสามารถให้บริการฉีดฟิลเลอร์เพื่อรักษาคนไข้ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น จนปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ที่ถือเป็นมาตรฐานการรักษาเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ไปแล้วทั่วโลก

Dr. Frederik Berne ศัลยแพทย์ความงามจากสวีเดนผู้นําเสนอเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ไปฝังใต้เยื่อหุ้มกระดูกด้วยเข็มปลายทู่เมื่อหลายปีก่อน

สิงหาคม 2556 การฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก

เดือนสิงหาคม 2556 ผมได้เขียนบทความเรื่อง “เติมความสวยให้ทนนานกว่าด้วยฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก” โดยผมได้อ้างอิงผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยการศึกษาของ Dr. Kotaro Yoshimura และทีมศัลยแพทย์ตกแต่งชาวญี่ปุ่น โดยฉีดฟิลเลอร์ลงบนหรือใต้เยื่อหุ้มกระดูก การฉีดฟิลเลอร์เทคนิคดังกล่าวช่วยให้ผลการรักษาเป็นธรรมชาติมากขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้การฉีดอาจใช้เข็มปลายทู่ หรือเข็มคมก็ได้อันที่จริงเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ไปฝังใต้เยื่อกระดูกนั้น ต้องยกเครดิตให้ Dr. Frederik Berne ศัลยแพทย์ความงามจากสวีเดน ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและเผยแพร่เทคนิคนี้มาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายเพราะทําได้ยากในทางปฏิบัติ และอาจได้ผลไม่ต่างจากการฉีดวางบนเยื่อกระดูก สําหรับตัวผมเองมีความเห็นว่าการฉีดฟิลเลอร์ไปบนเยื่อหุ้มกระดูกหรือใต้เยื่อหุ้มกระดูกนั้น สามารถทําได้ทั้ง 2 กรณี ขึ้นอยู่กับตําแหน่งที่ฉีดและความถนัดของแพทย์ผู้ให้การรักษา

“ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูกไม่ว่าจะบนกระดูกหรือใต้เยื่อหุ้มกระดูกถือว่าเป็นเทคนิคที่แพทย์ทํากันทั่วโลกแล้ว……”

                      รูปแสดงการฉีดลงใต้เยื่อหุ้มกระดูกและรูปแสดงการฉีดลงบนเยื่อหุ้มกระดูก

สิงหาคม 2556 ฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าด้วยเทคนิค Butterfly Lift

ผมได้พัฒนาเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เพื่อการยกกระชับที่เรียกว่า Butterfly Lift และได้เผยแพร่ลงบทความในเดือน กุมภาพันธ์ 2557 ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของเทคนิคนี้ก็เพื่อใช้สําหรับสอนแพทย์ทําให้แพทย์สามารถเรียนรู้การใช้เข็มปลายทู่ และการฉีดฟิลเลอร์แบบสัมผัสกระดูกได้อย่างง่ายๆ เพื่อให้แพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถนําไปใช้รักษาคนไข้ได้จริง คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการหย่อนคล้อยของใบหน้าจะได้มีทางเลือกอื่นๆ ในการรักษานอกเหนือจากการใช้เครื่องมือยกกระชับต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยได้ผลหรือการร้อยไหมที่เจ็บตัวมากกว่าและอาจมีรอยเขียวชํานาญและช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดดึงหน้าที่ไม่จําเป็นได้

ภาพแสงการรักษาร่องและใต้ตาแบบไม่ผ่าตัด

เมษายน 2557 Virgin Eve Lift เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แกร่องและถุงใต้ตา

เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ผมลงบทความเรื่อง “คืนความหนุ่มสาวให้ดวงตาด้วยเทคนิค Virgin Eye Lift” เพื่อแก้ไขทั้งร่องและถุงใต้ตา โดยไม่ต้องผ่าตัดปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งแพทย์ความงามด้วยกันและผู้อ่าน โดยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อไปแก้ไขการยุบตัวของกระดูกเบ้าตาและแก้ไขปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวหนังใต้ตา นอกจากถุงใต้ตาและร่องจะดีขึ้นแล้ว หลังการรักษาผิวหนังใต้ตาที่เหี่ยวย่น มีริ้วรอยก็ได้รับการฟื้นฟูให้เต่งตึงขึ้นด้วยเทคนิคนี้ช่วยให้คนไข้ลดการผ่าตัดใต้ตาที่ไม่จําเป็นลงได้ และยังทําให้แพทย์ฉีดฟิลเลอร์รักษาใต้ตาได้ปลอดภัยขึ้นด้วย

บทสรุป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแพทย์ด้านความงามมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว แพทย์ที่อยู่ในแวดวงความงามจึงจําเป็นต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เพียงแค่ตามให้ทันแต่ยังต้องรู้จักคิดค้น “นวัตกรรม” ซึ่งก็คือ การสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ และปลอดภัยกว่าการรักษาแบบเดิม สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความก้าวหน้าของวงการแพทย์ความงามของไทย ที่จะเทียบชั้น หรือแม้แต่แซงหน้าต่างประเทศได้ในอนาคต ซึ่งหมายถึงชื่อเสียงของประเทศไทยและประโยชน์ต่อคนไข้โดยส่วนรวมในที่สุด