ฟิลเลอร์ปรับหน้าผาก

ปรับหน้าพากให้อ่อนเยาว์และมีเสน่ห์ด้วยเทคนิค CUPID FOREHEAD

เมื่อตอนต้นปี 2557 ผมได้อธิบายเทคนิคการเสริมหน้าผากให้โหนกนูนด้วยเทคนิค Forehead Augmentation ซึ่งมีหลากหลายวิธีทั้งแบบผ่าตัดเสริมด้วยวัสดุต่างๆ และการฉีดทั้งไขมันหรือฟิลเลอร์ก็ตาม เพื่อให้หน้าผากโหนกนูนสวยงาม แต่ล่าสุดมีแนวความคิดใหม่คือการปรับเปลี่ยนรูปหน้าผาก เพื่อให้ดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ คือเพียงแค่ให้ดูเรียบไม่เป็นร่อง และปรับให้ความโค้งนูนรับกันกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า ผลที่ได้คือจะช่วยให้ใบหน้าดูผ่องใส อ่อนเยาว์และมีเสน่ห์ในแบบที่ดูไม่ออกว่าไปทําอะไรมา เทคนิคนี้ผมเรียกว่า การทํา Cupid Forehead ซึ่งที่จริงแล้วคือการปรับ Contour ไม่ใช่การเสริมให้โหนกนูน หรือ Augmentation เหมือนเทคนิคแบบเก่าแต่อย่างใด และทั้งๆ ที่อาจฟังดูคล้ายๆ กัน แต่ในทางเทคนิคและวิธีการนั้นแตกต่างกันมากครับ

รูปแสดงลักษณะหน้าผากที่ยุบและแนวสันกระดูกที่ปูดโปนเหนือคิ้ว

เมื่อสัญญาณแห่งความชราปรากฏที่หน้าผาก

หน้าผากเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสําคัญของการแก้ไขปัญหาความแก่ชราของใบหน้าแต่มักจะถูกมองข้ามไป การแพทย์ในปัจจุบันพบว่าเมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อของผิวหนังบริเวณหน้าผากก็ฝ่อตัวลง เฉกเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อส่วนอื่นของใบหน้า ซึ่งรวมถึงชั้นของกระดูกด้วยที่ค่อยๆ ยุบตัวลง ทําให้หน้าผากของเราเกิดเป็นร่องบุบ ซึ่งเห็นชัดบริเวณเหนือคิ้วทั้งสองข้าง เนื่องจากส่วนของคิ้วเป็นส่วนของแนวสันกระดูกที่หนากว่ากระดูกส่วนหน้าผาก และเนื้อเยื่อบริเวณนี้ก็หนากว่าทําให้ยุบตัวน้อยกว่า ทั้งนี้ พบว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายเกือบทุกคนหากอายุเกินกว่า 35 ปี มักพบลักษณะการยุบตัวดังที่กล่าวมาทําให้ลักษณะความอ่อนเยาว์ของใบหน้าลดลง โดยเฉพาะผู้ที่นิยมฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน เพื่อแก้ริ้วรอยหน้าผากบ่อยๆ ก็จะพบการบุบยุบของหน้าผากได้เร็วขึ้น เพราะกล้ามเนื้อฝ่อตัวลงจากยาที่ฉีดนั่นเอง
สําหรับการแก้ไขหน้าผาก ผมได้เคยอธิบายเทคนิคการเสริมหน้าผากไว้แล้วในบทความช่วงต้นปี 2557 ทั้งข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี สําหรับในฉบับนี้จะเน้นเปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์เสริมหน้าผาก กับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับหน้าผากด้วยเทคนิค Cupid Forehead

การฉีดเสริมหน้าผากด้วยฟิลเลอร์ (แบบเก่า)

แนวคิดเดิมของการรักษาคือการเสริมให้หน้าผากโหนกนูน โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อยๆ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ HA เทคนิคดังกล่าวนิยมใช้ฟิลเลอร์ HA ที่มีเนื้อแข็ง เนื้อเจลหนาแน่นเกาะตัวดี เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ไหล และเนื้อเจลมีคุณสมบัติเพิ่มปริมาตรได้ดี เพื่อทําให้หน้าผากนูนโป่งออกมา โดยการฉีดฟิลเลอร์ HA เข้าใต้กล้ามเนื้อหรือช่องว่างที่เรียกว่า Subgaleal space ข้อดีของเทคนิคนี้คือทําได้ง่ายและหลังการรักษาได้รูปหน้าผากที่โหนกนูนได้มากๆ และสวยงามแต่ปัญหาที่พบคือเมื่อเวลาผ่านไป เช่น 2-3 เดือน มักพบว่าหน้าผากดูไม่เรียบเนียน ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะมีการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์จากการที่กล้ามเนื้อหน้าผากขยับตลอดเวลา และเมื่อจับดูจะนิ่มหยุ่นๆ ไม่เหมือนหน้าผากปกติ (เป็นลักษณะที่คล้ายกับการฉีดไขมันที่หน้าผาก) นอกจากนี้แนวคิดการรักษาแบบนี้คือทําให้หน้าผากโหนกนูน ก็ไม่เหมาะสมกับหน้าผากของผู้ชายหรือแม้แต่ผู้หญิงในวัยกลางคนไปแล้ว

การปรับหน้าผากด้วยเทคนิค Cupid Forehead

อย่างที่ได้เน้นว่าเทคนิคนี้ไม่ได้เน้นให้หน้าผากโหนกนูน หรือ Augmentation แต่เป็นการรักษาเพื่อปรับร่องและมุมความโค้ง เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนตอนอายุน้อยๆ ซึ่งในทางเทคนิคก็มีข้อแตกต่างหลายข้อดังนี้คือ

– ต้องใช้ฟิลเลอร์ HA ที่เนื้อนิ่มมีเนื้อเจลที่เป็นอนุภาคเล็ก (Small size particles, NASHA) เนื้อเจลไม่เกาะตัวดีหรือกระจายตัวดี เห็นมั้ยครับว่าแค่หลักการเลือกชนิดของฟิลเลอร์ HA ก็ตรงกันข้ามกับเทคนิคเดิมเลย
– เทคนิคการฉีดทําได้ยากกว่าเพราะต้องฉีดให้ลึกที่สุดไปวางไว้ให้แนบกระดูกที่สุด หรือลงใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Sub-periosteum)

รูปแสดงกล้ามเนื้อหน้าผากเยื่อหุ้มกระดูกและกระดูกหน้าผาก

Cupid Forehead เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แบบ Cupid Forehead คล้ายการ Highlight เวลาแต่งหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูสว่าง อ่อนวัย และมีมิติ

สําหรับข้อเสียของเทคนิคนี้ก็คือฉีดยากกว่า แพทย์ต้องเรียนรู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องจึงจะฉีดได้ และไม่เหมาะสมสําหรับผู้ที่ต้องการให้มีหน้าผากโหนกนูนมากๆ ส่วนข้อดีนั้นคือเหมาะสําหรับการปรับใบหน้าให้ดูอ่อนวัย ทั้งในผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ รวมถึงในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เช่น 40-70 แล้วก็ยังทําได้ เพราะจะทําให้ดูอ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งในต่างประเทศเรียกเทคนิคแบบนี้ว่าเป็นเทคนิคสําหรับ Executive เพราะเหมาะกับระดับผู้บริหารที่ต้องการดูดีขึ้นในแบบที่เป็นธรรมชาติและไม่มีใครรู้ นอกจากนี้เมื่อเวลาผ่านไปการขยับของกล้ามเนื้อหน้าผากก็ไม่มีผลต่อการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ ทําให้หน้าผากดูเรียบสวยตลอด และเมื่อจับดูก็แข็งเหมือนหน้าผากปกติไม่รู้สึกนิ่มหยุ่นๆ เหมือนเทคนิคเก่าด้วย

รูปตัวอย่าง เทคนิค Cupid Forehead หลังการรักษา 5 เดือน

บทสรุป

การรักษาเพื่อความงามในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทิศทางการปรับสมดุลย์ของใบหน้ามากกว่าเน้นเป็นจุดๆ เช่นในอดีตการรักษาในจุดใดก็ตามต้องคํานึงถึงผลกระทบต่อความสมดุลย์ของใบหน้าในตําแหน่งอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วย และที่สําคัญที่สุดคือหลังการรักษาต้องให้ดูเป็น ธรรมชาติ ดูดี และอ่อนวัยขึ้นในแบบที่คนอื่นไม่รู้ว่าไปทําอะไรมานั่นเอง ซึ่งไม่เน้นการทําให้หน้าผากโหนกนูนมากๆ แต่เน้นแก้ร่องและปรับแต่ง ส่วนโค้งของหน้าผากให้เป็นธรรมชาติให้รับกับใบหน้าส่วนอื่น เช่น จมูก คาง เป็นต้น