ฟิลเลอร์ยกกระชับ BUTTERFLY LIFT

ฟิลเลอร์ยกกระชับ Butterfly Lift Lift

ยกกระชับหน้าง่ายๆ ด้วยเทคนิค BUTTERFLY LIFT

ผมได้พูดหลายครั้งเกี่ยวกับสาเหตุของการหย่อนคล้อยของใบหน้า ว่ามีสาเหตุหลักๆ มาจากการสูญเสียปริมาตรของเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งรวมถึงการบางตัวลงของกระดูกโครงหน้าหรือที่เรียกรวมๆว่า Volume Loss ฉบับนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ เพื่อใช้รักษาแก้ปัญหาหย่อนคล้อยอย่างได้ผลทันใจ และไม่เจ็บตัวมากมาฝากท่านผู้อ่านทั้งแพทย์ และตัวคนไข้ครับ

หลักการและเหตุผล

เวลาแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยทั้งแพทย์และตัวคนไข้ มักมองว่าการรักษาการหย่อนคล้อยควรเริ่มที่การดึงผิวให้ตึงเพื่อยกกระชับ ไม่ว่าจะด้วยการผ่าตัดดึงหน้าหรือการร้อยไหม ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ หรือยิ่งการรักษาด้วยเครื่องมือต่างๆ ทั้งเลเซอร์ คลื่นวิทยุ หรือ อัลตราซาวด์ก็ยิ่งไม่ได้ผล เพราะกระตุ้นผิวได้ไม่ลึกพอ หรืออย่างเก่งก็ลงได้แค่ชั้นที่เรียกว่า SMAS ซึ่งก็ยังถือว่าตื้นเกินไป อีกเหตุผลก็คือชั้น SMAS เป็นชั้นเนื้อเยื่อเหนียวๆ มันไม่สามารถถูกกระตุ้นให้หดตัวหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้ แต่สามารถใช้เย็บดึงหน้าได้เพราะมันเหนียวไม่ยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังเรา การผ่าตัดดึงหน้าโดยการเย็บผูกที่ชั้น SMAS จึงได้ผล และอยู่นาน แต่การร้อยไหมชนิดที่มีแง่งเกี่ยวหรือกรวยเป็นการเกี่ยวยึดที่ผิวหนังเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ผิวหนังยืดออกทําให้การรักษาไม่ได้ผล ในขณะที่การร้อยไหมเส้นเล็กที่ไม่มีแง่ง ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นผิวก็จะค่อยๆ กระตุ้นผิวให้หดตัวเพื่อหวังผลยกกระชับ แต่ทุกวิธีที่กล่าวมาก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรเพราะไม่มีวิธีไหนเลยที่แก้สาเหตุการยุบตัว หรือ Volume loss สําหรับการผ่าตัดอาจเห็นว่าหน้าตึงขึ้นก็จริง แต่ก็เสียมิติของใบหน้าและดูไม่เป็นธรรมชาติเพราะไม่ได้แก้การยุบตัวโดยเฉพาะโครงหน้า

รูปแสดงการฉีดฟิลเลอร์ไปวางบนกระดูกใบหน้าด้วยเข็มปลายทู่ขนาดใหญ่

ดังนั้นการรักษาที่ถูกต้องและตรงจุดควรเริ่มที่การแก้การยุบตัวก่อน ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือการฉีดฟิลเลอร์ โดยจุดฉีดจะคํานึงถึงหลักการวิเคราะห์ใบหน้า (Facial analysis) คือ ใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง (Mid face & Lower face) เป็นส่วนที่เกิดการหย่อนคล้อยก่อนส่วนอื่น และเป็นมากกว่าส่วนอื่น เนื่องจากส่วนนี้มีการเคลื่อนไหวมากกว่าส่วนอื่นนั่นเอง การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มที่จุดเหล่านี้ก่อน

เทคนิค Butterfly Lift

ผมนําเสนอเทคนิค Butterfly Lift เพื่อเป็นทางเลือกให้ทั้งแพทย์และคนไข้ ได้นําไปเป็นทางเลือกของการรักษาเพื่อยกกระชับหน้าพร้อมๆ กับการปรับแก้โครงหน้าอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลดี และไม่เจ็บตัวมากไม่ต้องพักฟื้น
เทคนิคดังกล่าวมีหลักการคือใช้การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ลงไปที่จุดต่างๆ บนโครงกระดูกใบหน้า เปรียบเสมือนรูปปีกผีเสื้อโดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

รูปแสดงจุดฉีดลงบนกระดูก Malar bone, Zygomatic arch และ Canine fossa

1. ฉีดฟิลเลอร์ลงลึกไปวางบนกระดูกโหนกแก้มส่วนที่เรียกว่า Malar Bone จุดฉีดนี้จะช่วยยกแก้มส่วนหน้า และยังช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึกได้ด้วย
2. ฉีดฟิลเลอร์ลงลึกไปวางบนกระดูกโหนกแก้มด้านข้างที่เรียกว่า Zygomatic arch โดยวางฟิลเลอร์ให้เป็นรูปเหมือนปีกผีเสื้อ จุดฉีดนี้จะช่วยยึดและดึงยกแก้มส่วนด้านข้าง
3. ฉีดฟิลเลอร์ลงลึกไปวางบนกระดูกขากรรไกรบนส่วนที่เรียกว่า Canine Fossa หรือตําแหน่งประมาณร่องแก้มตรงปีกจมูก การฉีดจุดนี้ไม่ได้มุ่งหวังแก้ร่องแก้ม แต่มุ่งหวังให้ฟิลเลอร์ลงไปช่วยค้ํายัน (Support) แก้ม ทําให้จุดฉีดที่ 1 ช่วยยกแก้มได้ดีขึ้น
4. ฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้การยุบตัวของมุมปากและด้านข้างของคาง จุดนี้ไม่จําเป็นต้องฉีดลึก ฉีดเข้าที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังก็เพียงพอสําหรับช่วยยกมุมปากที่ตก
5. ฉีดลึกลงไปที่คางเล็กน้อย ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นจุดยึดหรือ Anchoring point เทคนิคดังกล่างนี้เป็นการใช้ฟิลเลอร์ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ คือ

• ใช้ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มให้กับส่วนที่ยุบตัวใต้ผิวและกระดูก
• ใช้ฟิลเลอร์เพื่อดึงให้เกิดการยกกระชับ
• ใช้ฟิลเลอร์เป็นตัวค้ำยันและจุดยึด
• ใช้ฟิลเลอร์ช่วยปรับโครงหน้า

เห็นมั้ยครับว่าฟิลเลอร์ทําอะไรได้มากกว่าที่หลายๆ คนเคยคิด การฉีดด้วยเทคนิค Butterfly Lift จะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-4 หลอด ถ้าฉีดได้ถูกเทคนิควิธีจะพบว่าหน้าดูยกกระชับ และดูหน้าเรียวเล็กขึ้นทันที ซึ่งต่างกับเทคนิคการฉีดแบบเก่าซึ่งทําให้หน้าดูอ้วนใหญ่ขึ้น หลังฉีดถึงแม้จะฉีดด้วยเข็มปลายทู่เหมือนกันก็ตาม ทําให้คนไข้รู้สึกหน้าบวมใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะหลังการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าส่วนกลาง (Mid face)

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

1. การฉีดด้วยเทคนิค Butterfly Lift ต้องฉีดด้วยเข็มปลายทู่เท่านั้น เพราะการฉีดลงลึกหลายตําแหน่งอาจมีอันตรายจากการฉีดถูกเส้นเลือดได้ นอกจากนี้การฉีดด้วยเข็มปลายทู่จะทําให้เกิดการยกกระชับได้ดีกว่าด้วย เพราะสามารถฉีดให้กระจายตัวยาฟิลเลอร์ได้ดีและเรียบเนียนกว่า
2. การเลือกตัวยาฟิลเลอร์ที่เหมาะสมจะทําให้ผลการรักษาดีขึ้นและดูเป็นธรรมชาติกว่าเพราะฟิลเลอร์บางยี่ห้ออาจดูดน้ํามากทําให้หน้าดูบวมหลังฉีด นอกจากนี้ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยต้องเป็นชนิดที่ไม่ได้ผลิตมาจากสัตว์ หรือที่เรียกว่า Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid (NASHA) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและการใช้ฟิลเลอร์ที่เนื้อเจลประกอบด้วย HA อนุภาคใหญ่ (Large-particle HA gel) ที่มีขนาดเท่าๆ กัน จะทําให้การยกหน้าทําได้ดีกว่าและคงรูปอยู่ได้นานกว่าด้วย
3. การเขียวช้ําพบได้น้อยมากส่วนใหญ่เกิดจากการฉีดยาชา การรักษาด้วยเทคนิค Butterfly Lift ปกติไม่มีรอยเขียวช้ำและไม่ต้องพักฟื้นเลย

รูปแสดงแนวการฉีดแบบ Butterfly Lift

บทสรุป

การรักษาเพื่อการยกกระชับควรเริ่มที่การแก้ปัญหาการยุบตัวใต้ผิวและโครงกระดูก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหย่อนคล้อย การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิค Butterfly Lift เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย และได้ผลดีสําหรับการแก้ปัญหาในเบื้องต้น สําหรับแพทย์เอง หากผ่านการเรียนการสอนที่ถูกต้องก็สามารถให้การรักษาด้วยเทคนิคนี้ได้โดยไม่จําเป็นต้องเก่งหรือต้องมีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์มามาก เพราะเป็นเทคนิคที่ง่ายและผมได้เผยแพร่เทคนิคนี้ให้แพทย์ไทยไปหลายสิบท่านแล้ว ด้วยมุ่งหวังว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อวงการแพทย์ความงามของไทยและต่อคนไข้ เพราะสําหรับคนไข้เองหากรักษากับแพทย์ที่ได้เรียนรู้เทคนิคนี้อย่างถูกต้อง ก็มั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการฉีดฟิลเลอร์ และได้ผลการรักษาที่ดีโดยไม่ต้องไปเสี่ยงกับการผ่าตัดที่อาจยังไม่จําเป็น หรือการรักษาที่ผิดวิธีทําให้เสียเงินฟรีและเสี่ยงกับผลข้างเคียง